<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Ukyo - The Story Teller</title>
	<atom:link href="http://ukyotheteller.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://ukyotheteller.wordpress.com</link>
	<description>My Semi-personal Memento.</description>
	<lastBuildDate>Sun, 12 Aug 2007 11:08:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='ukyotheteller.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Ukyo - The Story Teller</title>
		<link>http://ukyotheteller.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://ukyotheteller.wordpress.com/osd.xml" title="Ukyo - The Story Teller" />
	<atom:link rel='hub' href='http://ukyotheteller.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>A Walk to Remember : Episode II</title>
		<link>http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/07/11/a-walk-to-remember-episode-ii/</link>
		<comments>http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/07/11/a-walk-to-remember-episode-ii/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Jul 2007 08:01:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ukyo</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรแมนติคยามเช้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/07/11/a-walk-to-remember-episode-ii/</guid>
		<description><![CDATA[     (เมื่อคืนมีคนมาสะกิด บอกให้อัพเรื่องใหม่ๆ ได้แล้ว วันนี้เลยขออู้งานมาอัพบล็อคอีกสักที)      จริงๆ อันนี้ก็ยังไม่ใหม่      แต่มันเป็นภาคต่อ คงต้องอัพฯให้จบก่อนจะเริ่มเขียนเรื่องยาวเรื่องใหม่ (สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะทำอย่างนั้น)      เรื่องนี้ยังคงเกิดขึ้นช่วงทำงานอยู่ EO Today ค่ะ      ต้องบอกว่า วิถีชีวิตช่วงนั้นค่อนข้างสุนทรีย์พอประมาณ      งานไม่เครียด ทำสบายๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ร่วมงานดี จะมีก็แค่สุขภาพที่ยังไม่ค่อยเข้าที่      เวลามองโลกเลยเหมือนมองผ่านเลนส์มัวๆ ทุกอย่างเป็นสีเทาๆ เหมือนมีเงารางๆ มาบัง จะยิ้มก็ยิ้มไม่เต็มที่ จะร้องก็ร้องไม่ค่อยออก        เหมือนอยู่ในช่วงทิ้งโค้ง แต่ก็ไปไม่พ้นโค้งชวนเวียนเกล้านี่สักที      ตอนนั้นก็มีเรื่องของ ไอ้ปิน นี่แหละ ที่ทำให้รู้สึกว่า พอจะยังยิ้มได้อยู่      และนี่คือภาคเมื่อ 2 เดือนผ่านไป      มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง&#8230;      &#8230;&#8230;&#8230;          A Walk to Remember : Episode [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=ukyotheteller.wordpress.com&amp;blog=1070783&amp;post=17&amp;subd=ukyotheteller&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>     (เมื่อคืนมีคนมาสะกิด บอกให้อัพเรื่องใหม่ๆ ได้แล้ว </strong><strong>วันนี้เลยขออู้งานมาอัพบล็อคอีกสักที)</strong></p>
<p>     จริงๆ อันนี้ก็ยังไม่ใหม่<br />
     แต่มันเป็นภาคต่อ คงต้องอัพฯให้จบก่อนจะเริ่มเขียนเรื่องยาวเรื่องใหม่ (สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะทำอย่างนั้น)<br />
     เรื่องนี้ยังคงเกิดขึ้นช่วงทำงานอยู่ EO Today ค่ะ<br />
     ต้องบอกว่า วิถีชีวิตช่วงนั้นค่อนข้างสุนทรีย์พอประมาณ<br />
     งานไม่เครียด ทำสบายๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ร่วมงานดี จะมีก็แค่สุขภาพที่ยังไม่ค่อยเข้าที่<br />
     เวลามองโลกเลยเหมือนมองผ่านเลนส์มัวๆ ทุกอย่างเป็นสีเทาๆ เหมือนมีเงารางๆ มาบัง จะยิ้มก็ยิ้มไม่เต็มที่ จะร้องก็ร้องไม่ค่อยออก  <br />
     เหมือนอยู่ในช่วงทิ้งโค้ง แต่ก็ไปไม่พ้นโค้งชวนเวียนเกล้านี่สักที<br />
     ตอนนั้นก็มีเรื่องของ ไอ้ปิน นี่แหละ ที่ทำให้รู้สึกว่า พอจะยังยิ้มได้อยู่</p>
<p>     และนี่คือภาคเมื่อ 2 เดือนผ่านไป<br />
<strong>     มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง&#8230;</strong></p>
<p><strong>  </strong>   &#8230;&#8230;&#8230;    </p>
<p><strong>     A Walk to Remember : Episode II </strong></p>
<p><strong>     </strong>หมดหน้าหนาวไปนานแล้ว<br />
<strong>     </strong>โปรแกรม classic walk ของฉันเลยเป็นหมันไป แต่เรื่องราวของฉันและเพื่อนร่วมงานนามสมมุติว่า &#8220;ปิน&#8221; ยังดำเนินต่อไป<br />
<strong>     </strong>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p><strong>     </strong>&#8220;เดี๋ยวนี้ไม่มี classic walk แล้วเรอะ?&#8221;</p>
<p><strong>     </strong>ไอ้ปินถามหน้าตาย น้ำเสียงกวนตีนเหมือนเดิม<br />
<strong>     </strong>2 เดือนผ่านไป เรากลายเป็นเพื่อนกันแบบที่ว่า แก-ชั้น กวนตีนกันไปกวนตีนกันมา <br />
<strong>     </strong>มีอยู่วันหนึ่งฉันหยุดงาน ไม่สบาย นั่งออนไลน์ msn จากที่บ้าน เจอไอ้ปินออนไลน์จากที่ทำงานเลยแกล้งทักมัน แต่ไม่วาย ปลอมตัวว่าเป็นเพื่อนที่มาเฝ้าไข้ที่บ้าน<br />
     ตอนแรกกะจะแกล้งมันเล่นๆ เพราะไอ้นี่มันป๊อดกับสาวๆ แกล้งไปแกล้งมา เลยแกล้งถามมันดูว่าสนิทกับ ‘อู&#8217; แค่ไหน?<br />
     &#8220;ก็คุยกันบ้าง&#8221;<br />
     ก็คุยกันบ้าง???<br />
     คำตอบนั้นทำเอาฉันน้อยอกน้อยใจไปพักใหญ่ พานเป็นใบ้ไม่คุยกับมันไปเป็นอาทิตย์<br />
     ปินมันไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น อาทิตย์นั้นฉันถึงผลักไสให้เบอร์สาวๆ มัน แล้วไล่ให้รีบไปจีบๆ ซะ เป็นเชิงว่า &#8220;ไม่ต้องมายุ่งกับกู!&#8221;<br />
     ปล่าวนะ ไม่ได้งอน<br />
     แค่น้อยใจ เพราะฉันน่ะคิดว่ามันเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดแล้วในบริษัท<br />
     แต่ไหงมันกลับมองว่าฉันเป็นแค่คนที่ &#8220;ก็คุยกันบ้าง&#8221;</p>
<p>     หลังผ่านช่วงมึนตึงกันไปพักใหญ่ ปินก็เรียกคะแนนคืนมาได้ในคราวเดียว<br />
     ตอนนั้นเป็นช่วงต้นเดือนมีนาที่ฉันไม่สบายระลอกสุดท้ายเพราะต้องหยุดยา (หรือเรียกอีกอย่างว่า &#8220;หักดิบ&#8221;)<br />
     คงต้องเรียก หักดิบ จริงๆ เพราะทันทีที่หยุดกินยา อาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ก็ตามมา จนฉันไปปรึกษาเภสัชที่คุ้นเคยกัน เขาบอกให้ลองกินยาต่อ แต่ค่อยๆ ลดจำนวนลง อาการจะหายไปเอง<br />
     นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องหยุดงานติดกันถึงสองวัน และตกข่าวเรื่องการย้ายโต๊ะในออฟฟิศไปโดยปริยาย</p>
<p>     เช้าของวันที่ฉันตั้งใจจะไปทำงาน มีโทรศัพท์ลึกลับมาแต่เช้าตรู่ หน้าจอมือถือโชว์ชื่อ ‘ปิน&#8217; หรา<br />
     อารมณ์ไหนวะเนี่ย?<br />
     &#8220;ฮัลโหล&#8221;<br />
     &#8220;เออ&#8221;<br />
     &#8220;อารมณ์ไหนวะ โทรมาแต่เช้า&#8221;<br />
     &#8220;วันนี้แกไปทำงานมั้ย?&#8221; กรุณานึกถึงน้ำเสียงโมโนโทนแบบไม่ยินดียินร้าย<br />
     &#8220;ไปดิ๊ ไป เนี่ย เพิ่งตื่นว่ะ&#8221;<br />
     &#8220;เออ.. จะโทรมาบอกว่า .. เมื่อวานเค้าจัดโต๊ะกันใหม่หมดเลย&#8221;<br />
     อื๋อ?<br />
     &#8220;กลัวแกไปถึงออฟฟิศเอ๋อๆ แล้วจะงง หาโต๊ะไม่เจอ&#8221;<br />
     &#8220;&#8230;&#8221;<br />
     &#8220;จริงๆ จะโทรตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่กว่าจะย้ายเสร็จมันดึก กลัวแกนอนไปแล้ว เลยมาโทรเช้านี้แทน&#8221;<br />
     &#8220;เออ แต๊งสว่ะ&#8221;</p>
<p>     หลังวางสาย ฉันยืนอมยิ้มอยู่คนเดียว ไม่รู้อมทำไม พอได้สติก็กดโทรศัพท์หาเพื่อนซี้<br />
     &#8220;เฮ้ย ซุ้ง เวลาเขาย้ายออฟฟิศกันแล้วมีคนไม่รู้เนี่ย เขาต้องโทรบอกกันมั้ยวะ?&#8221;<br />
     ฉันไม่รู้บรรทัดฐานคนอื่นนะว่าเป็นยังไง แต่สำหรับฉัน คนที่น่าจะโทรมาบอกน่าจะเป็นรุ่นพี่ที่ดูแลกันอยู่ มากกว่าที่จะเป็น คนที่แค่ &#8220;ก็คุยกันบ้าง&#8221; อย่างนี้<br />
     &#8220;มันคงเห็นแกเป็นเพื่อนที่สนิทคนนึงแหละ&#8221;<br />
     ไอ้ซุ้งมันตอบมาอย่างนั้น</p>
<p>     ถึงออฟฟิศ ฉันถึงพอจะเข้าใจว่าทำไมปินมันถึงกลัวว่าฉันจะเดิน &#8220;เอ๋อ&#8221; หาโต๊ะไม่เจอ เพราะออฟฟิศเปลี่ยนไปแบบระเบิดลงเลยก็ว่าได้<br />
     ฉันเดินตุหรัดตุเหร่เข้าไปถามหาโต๊ะตัวเองกับรุ่นพี่ พร้อมเดินหน้ามึนเอาของไปวาง และเริ่มต้นเก็บข้าวเก็บของให้เข้าที่<br />
     ล่วงเลยไปกว่าเที่ยง ฉันถึงเริ่มได้นั่งลงละมือจากการปัดกวาดข้าวของ ปินเดินโฉบมาทางโต๊ะฉัน สักพักก็มาหยุดอยู่ที่ตู้หนังสือข้างโต๊ะ<br />
     &#8220;เป็นไงมั่ง หาโต๊ะเจอใช่ป่าว?&#8221; ไอ้ปินเกาะตู้ข้างโต๊ะชะโงกหน้ามาคุย ฉันเงยหน้าขึ้นจากการเก็บข้าวของ ตอบคำเดียวว่า &#8220;อื้อ&#8221; แล้วยิ้มสำทับอีกหนึ่งที ปินพยักหน้ารับรู้พร้อมยิ้มมุมปากเล็กๆ ประมาณว่า ผลของการโทรมาเป็นที่น่าพอใจ<br />
     ไอ้ปินเดินกลับโต๊ะ ฉันเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้<br />
     &#8220;เฮ้ยปิน!&#8221; ฉันตะโกนไล่หลัง<br />
     &#8220;อะไร&#8221; มันชะงัก<br />
     &#8220;แต๊ง&#8221; บวกยิ้มเล็กๆ พองาม<br />
     ไอ้ปินยิ้มแบบเก้อๆ ก้มหน้าลงมองพื้นแล้วเดินกลับโต๊ะไป ฉันแปลท่าทางแบบนั้นว่ามัน &#8220;เขิน&#8221;</p>
<p>     เช้าวันศุกร์ถัดมา ฉันยังคงทำเหมือนเดิม คือยืนจ่อหน้าประตูรถไฟฟ้า ประตูเปิดปุ๊บก็เข้าไปนั่งปั๊บ แล้วหลับเลย ไอ้ปินมายืนอยู่หน้าฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้<br />
     &#8220;นี่แก ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองผู้คนบ้างรึไง&#8221; ปินส่งเสียงโมโนโทนเรียกสติเพื่อนร่วมออฟฟิศ<br />
     &#8220;อ้าว ขึ้นมาเมื่อไหร่วะ?&#8221;<br />
     &#8220;อนุสาวรีย์&#8221;<br />
     ในมือมันถือ A Wild Sheep Chase หนังสือใหม่น่าสนใจ<br />
     &#8220;ขอดูหน่อยเด่ะ&#8221;<br />
     &#8230;<br />
     สถานีอโศก เราเดินลงมาพร้อมกัน ไอ้ปินเดินเร็ว ฉันเดินช้าเพราะยังไม่ตื่นดี<br />
     &#8220;เฮ้ย วัยรุ่น เดินให้มันเร็วๆ หน่อย&#8221;<br />
     &#8220;เออ แกไปก่อนเลย&#8221;<br />
     &#8230;<br />
     เดินมาถึงแยกอโศก ปกติมันจะข้ามถนนไปขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่วันนี้มันเดินตามฉันมา<br />
     &#8220;ไม่ classic walk แล้วเหรอ&#8221;<br />
     &#8220;ไอ้บ้า ร้อนจะตาย&#8221;<br />
     &#8220;แล้วไปไงอ่ะ&#8221;<br />
     &#8220;รถเมล์&#8221;<br />
     ว่าแล้วก็เดินดุ่ยๆ ตามกันมาถึงป้ายรถเมล์<br />
     &#8220;นี่ๆ บ่ายนี้ยุ่งไหม?&#8221; ฉันตะโกนถามแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ และลมพัดอู้<br />
     &#8220;ไม่&#8221; ไอ้ปินตะโกนตอบ<br />
     &#8220;พาไปซื้อ A Wild Sheep Chase หน่อยเด่ะ&#8221;<br />
     &#8220;เออ เอาดิ&#8221;<br />
     ลงจากรถเมล์ ไอ้ปินเจอเพื่อนโดยบังเอิญ เลยปล่อยฉันเดินตามเงียบๆ ได้จังหวะเพื่อนมันไปแล้ว ฉันวิ่งเข้าไปข้างๆ สะกิด<br />
     &#8220;เคยเล่นป่าว บวกตั๋วรถเมล์แล้วหาร 8 น่ะ&#8221;<br />
     มันทำหน้างง &#8220;ไม่เคย&#8221;<br />
     &#8220;นี่ ของชั้นได้เศษ 1 แปลว่าวันนี้จะมีความสุข&#8221;<br />
     &#8221;เหรอ&#8221;<br />
     &#8220;ของแกหารลงตัวหมด อธิษฐานอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง&#8221;<br />
     มันทำหน้าแบบนึกสนุก &#8220;เอาอะไรดีอ่ะ&#8221;<br />
     &#8220;ขอให้จีบสาวติดซะทีละกัน&#8221;<br />
     &#8220;เออๆ ดีๆ&#8221;</p>
<p>     ช่วงบ่าย งานยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่<br />
     นั่งว่างอยู่นาน ฉันก็ส่งข้อความไปเตือนความจำมันอีกที เกือบบ่ายสาม ไอ้ปินก็วิ่งเลิ่กลั่กมาที่โต๊ะ<br />
     &#8220;เฮ้ย ไปร้านหนังสือป่าว?&#8221;<br />
     &#8220;ไปดิ เมื่อไหร่อ่ะ&#8221;<br />
     &#8220;ตอนนี้แหละ เดี๋ยวเราลงไปเอาของก่อน อีก 10 นาทีตามลงไปเจอที่หน้าลิฟท์ละกัน&#8221;<br />
     &#8220;โอเค&#8221;<br />
     &#8230;&#8230;..</p>
<p>     10 นาทีของมัน นานพอให้ฉันนั่งหลับอยู่ตรงเก้าอี้หลังล็อบบี้ได้สบายๆ ไอ้ปินเดินยิ้มๆ มาหลังจากปล่อยฉันรอเงกอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง<br />
     &#8220;เฮ้ย ทำไมต้องนั่งหน้าเศร้าด้วยวะ เราไปแป๊บเดียวเอง&#8221;<br />
     &#8220;ง่วงโว้ย ไม่ได้เศร้า&#8221;<br />
     เราเดินคุยกันไปด่ากันไประหว่างทางจากหลังตึกแกรมมี่ไป มศว. คำด่าที่ออกจากปากฉันบ่อยที่สุดเห็นจะเป็นคำว่า &#8220;เสร่อ&#8221; กับ &#8220;แรด&#8221; ส่วนไอ้ปินก็จะตอบแก้เก้ออยู่ประโยคเดียว<br />
     &#8220;ใช่ซี้ ชั้นมันก็แค่&#8221; เว้นวรรคพองาม &#8220;กราฟฟิคจนๆ คนนึง&#8221;<br />
     ไม่มีคำอื่น ไอ้นี่มันมีอยู่มุขเดียวจริงๆ</p>
<p>     เดินๆ กันไป เผลอแป๊บเดียวก็ถึงร้านหนังสือ เราแยกย้ายกันเดินเลือกหนังสือที่ชอบคนละซอย<br />
     ไอ้ปินเรียกฉันมาดูหนังสือที่ฉันบ่นอยากได้<br />
     เรายืนชี้โบ้ชี้เบ้ไปเรื่อยๆ ปินอยากได้เล่มนั้น ฉันอยากได้เล่มนี้ แกเคยอ่านเล่มนี้ยัง? ชั้นอยากได้เล่มนี้ว่ะ (ถ้าเป็นไอ้ปินตัวจริงต้องต่อด้วย &#8220;ซื้อให้หน่อยเด่ะ&#8221;) ฉันเริ่มสวมบทหนอนหนังสือ แนะนำเล่มนั้นเล่มนี้<br />
     &#8220;เล่มนี้เคยอ่านยัง? ดีมากเลยนะ&#8221;<br />
     &#8220;แล้วเล่มนี้ล่ะ?&#8221;<br />
     &#8220;เล่มนี้สุดยอด&#8221;<br />
     ฉันบ้าแนะนำไปเรื่อยๆ ไม่ได้ใส่ใจว่าอีกฝ่ายจะรำคาญแต่ประการใด จนมาถึงหนังสือ &#8220;สาระแนจัง&#8221; ที่หน้าปกเป็น ‘เปิ้ล นาคร&#8217; แต่งตัวเลียนแบบ Le petit Prince<br />
     &#8220;เคยอ่านเล่มนี้ยัง?&#8221;<br />
     ฉันนั่งคุดคู้ เพราะหนังสืออยู่ชั้นล่างสุดติดพื้น หยิบหน้าปกขึ้นมาโชว์แล้วเงยหน้าไปมองคู่กรณี<br />
     &#8220;ยัง&#8221; ปินตอบหน้าตาไร้อารมณ์<br />
     &#8220;อือ&#8221; ก้มลงมองหน้าปกอีกที ท่าทางคงจะไร้สาระจริงๆ นั่นแหละ<br />
     &#8220;ขำดี&#8221; ฉันยืนยันคำเดิม พร้อมยิ้มการันตีความขำ<br />
     ตอนนั้นเอง ฉันเพิ่งสังเกตสีหน้าคู่กรณี ว่ามันกำลังอมยิ้มเล็กๆ<br />
     ฉันไม่รู้หรอกว่ามันยิ้มอะไร<br />
     รู้แค่ว่า<br />
     อุณหภูมิรอบๆ ตัวตอนนั้น เหมือนจะอุ่นขึ้นมาสัก 1 องศา<br />
     &#8230;&#8230;..</p>
<p>     เราเดินกลับออฟฟิศกันหลังจากโอ้เอ้อยู่ร้านหนังสือราวชั่วโมง<br />
     ต้องขอบคุณอากาศดีๆ วันนั้น เพราะระหว่างทาง เราต้องเดินเลาะเลียบสนามฟุตบอลใหญ่ ที่ริมสองข้างสนามเป็นต้นไม้ใหญ่ออกดอกสีชมพู<br />
     &#8220;ใช่ชมพูพรรณทิพย์รึปล่าววะ?&#8221; ฉันเปรยเบาๆ กับตัวเอง<br />
     &#8220;อะไรนะ?&#8221; ไอ้ปินถามงงๆ<br />
     &#8220;ปล่าว แค่ไอ้ต้นนี้มันเหมือนต้นชมพูพรรณทิพย์ที่ปลูกอยู่เต็มจุฬาฯ&#8221; แหงนหน้าขึ้นสู้แดด เห็นกลีบสีชมพูอ่อนกลืนไปกับปุยเมฆสีขาว &#8220;สวยดี เห็นแล้วคิดถึงสมัยเรียนมหา&#8217;ลัย&#8221;<br />
     &#8220;แก่แล้ว&#8221;<br />
     &#8220;เออ ชั้นแก่แกก็แก่เหมือนกันละวะ&#8221;<br />
     &#8220;ไม่จริง ชั้นยังวัยรุ่นอยู่&#8221;<br />
     &#8220;แหวะ&#8221;</p>
<p>     ลมพัดมาเอื่อยๆ<br />
     เมฆก้อนโตเคลื่อนตัวบังแสงจากดวงอาทิตย์ให้ส่องลอดลงมาเพียงริ้วบางๆ ดอกไม้สีชมพู-ที่ฉันยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันคือต้นอะไร ร่วงกราวอยู่เต็มสองข้างทาง- มองเผินๆ เหมือนพรมสีชมพูแซมสีเขียวอ่อนของหญ้าที่ขึ้นอยู่ประปราย<br />
     กราฟฟิคจนๆ คนหนึ่ง เดินระเกะระกะไปมาหน้ากองบรรณาธิการสาวมือใหม่<br />
     เสียงกองบรรณาธิการสาวลอยมาตามลม<br />
     &#8220;แก เดินให้มันดีๆ หน่อยได้มั้ย&#8221;<br />
     &#8220;วัยรุ่น ต้องเดินกวนๆ แบบนี้แหละ&#8221;<br />
     &#8220;เดินให้มันดีๆ หน่อยซี่ มันเกะกะชั้นนะ&#8221;<br />
     &#8220;ใช่ซี้ ชั้นมันก็แค่&#8221;<br />
     &#8220;ไม่-เกี่ยว!&#8221;<br />
     &#8220;โอ๊ย! ทำไมต้องตีกันด้วยวะ&#8221;<br />
     &#8220;ก็กวนตีนเองนี่หว่า&#8221;<br />
     &#8220;ใช่ซี้&#8230;&#8221;<br />
     &#8220;พอๆ พอเลยพอ&#8221;<br />
     ลมละรอกสุดท้ายพัดผ่านสนามฟุตบอล มศว. กลั้วเสียงหัวเราะบางๆ ก่อนจะพัดผ่านไป<br />
     &#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>     มิตรภาพของเราดำเนินไปอย่างแปลกๆ<br />
     เราจะคุยกันแบบค่อนข้างเปิดเผยใน msn แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่น มันกับฉันแทบจะไม่ทักกันเลย<br />
     หลายครั้ง ความเป็นห่วงเป็นใยก็แสดงออกมาในวาระแปลกๆ<br />
     บางทีพักเที่ยงแล้วแต่ฉันยังไม่ยอมลงไปกินข้าว นอนฟุบกับโต๊ะ ไอ้ปินจะเดินมาเตะขาเก้าอี้พร้อมกับถามว่า &#8220;ทำไมยังไม่ลงไปกิน?&#8221;<br />
     บางทีช่วงที่มันว่างงาน มันจะเดินตุหรัดตุเหร่ไปโต๊ะนั้นโต๊ะนี้ แต่วิธีทักทายที่มันนิยมใช้กับฉัน คือเดินผ่านมาเตะขาเก้าอี้หนึ่งที เป็นเชิงให้รู้ว่ามันอยู่ตรงนี้นะ<br />
     บางครั้งฉันก็วางตัวไม่ค่อยถูก เพราะไม่รู้ว่าตกลงความสนิทสนมของมันกับฉันอยู่ในระดับไหน<br />
     รู้แค่ว่า ถ้ามีอะไรที่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ‘ไอ้ปิน&#8217; คือคนแรกที่ฉันคิดจะขอความช่วยเหลือ<br />
     &#8230;&#8230;.</p>
<p>     อาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง<br />
     ฉันได้ใช้บริการความสนิทสนมของมันกับฉันด้วยการเอาซีดีเพลงโปรดมาให้มันแปลงไฟล์เป็น MP3 แล้วโหลดลงคอมพิวเตอร์ให้<br />
     โหลดผิดๆ ถูกๆ อยู่หลายรอบเพราะฉันหลงลืม จำซีดีสลับแผ่น ไอ้ปินเดินเอาซีดีมาคืนที่โต๊ะหลังจากการโหลดเป็นไปโดยสมบูรณ์แล้ว<br />
     &#8220;เอ้า&#8221; ไอ้ปินโผล่แค่หน้ามาทางตู้ข้างโต๊ะเหมือนเดิม<br />
     &#8220;แต๊ง&#8221; ฉันรับซีดีคืนพร้อมขอบคุณห้วนๆ<br />
     2-3 นาทีถัดมา หน้าต่าง msn เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ&#8211;น้องดาวนั่นเอง<br />
     &#8220;แหม เห็นชัดเลยนะคะ ว่าทรีทคนต่างกัน&#8221;<br />
     ฉันอึ้งไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบ<br />
     &#8220;เฮ้ย หนู พี่แค่ฝากมันโหลดเพลงให้แค่นั้นเอ๊ง&#8221;<br />
     &#8220;อย่าเลย ทีกับเรานะ จะมาคุยก็แค่ตอนจะขอติดรถกลับด้วยแค่นั้นแหละ&#8221;<br />
     &#8220;อู๊ย ไม่ม้าง&#8221;<br />
     &#8220;หนูล้อเล่นค่ะ&#8221;<br />
     เออ นะ</p>
<p>     เช้าอีกวัน ฉันยังคงขี้เกียจลงไปกินข้าวเหมือนเดิม ส่วนไอ้ปินมักจะลงไปกินข้าวเช้าตอน 10 โมงกว่าๆ วันนั้นฉันเลยโทรไปฝากมันซื้อข้าวขึ้นมาให้<br />
     &#8220;เอาผัดวุ้นเส้น&#8221;<br />
     &#8220;เออ&#8221;<br />
     &#8220;แล้วก็ไส้กรอกทอด&#8221;<br />
     &#8220;อือ&#8221;<br />
     &#8220;ผัดวุ้นเส้นเอาผักเยอะๆ นะ&#8221;<br />
     &#8220;ผักเยอะๆ นะ&#8221; มันจะทวนคำทำไมวะ?<br />
     &#8220;เออ&#8221;<br />
     &#8220;อือ&#8221;<br />
     &#8220;เออ แค่นั้นแหละ&#8221;<br />
     ตกลงคุยกันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย?</p>
<p>     ครึ่งชั่วโมงถัดมาไอ้ปินเดินหิ้วข้าวกล่องขึ้นมาให้ที่โต๊ะ ฉันหยิบเงินจ่ายมันไป พร้อมวางข้าวกล่องไว้ข้างๆ คอมพิวเตอร์ ทำงานต่อ<br />
     สักพัก หน้าต่าง msn ป๊อบอัพขึ้นมา<br />
     &#8220;จะกินได้ป่าวว๊า&#8221; ไอ้ปินนั่นเอง &#8220;ไม่รู้ซื้อมาถูกรึเปล่า?&#8221;<br />
     &#8220;ยังไม่ได้ดูเลยว่ะ แล้วมันใช่ผัดวุ้นเส้นกับไส้กรอกรึเปล่าล่ะ?&#8221;<br />
     &#8220;อื้อ&#8221;<br />
     &#8220;งั้นก็กินได้แหละ&#8221; ฉันตัดบทแล้วหันไปทำงานต่อ<br />
     อีกราว 20 นาทีถัดมา<br />
     &#8220;จะกินได้มั้ยเนี่ย&#8221;<br />
     เอ๊ะ ไอ้นี่มันเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำรึไงนะ?!<br />
     &#8220;ยังไม่ได้แกะดูเลยอ่ะ ยังไม่หิว&#8221;<br />
     ฉันนิ่งคิดซักพักก็เอื้อมไปหยิบข้าวกล่องมาแง้มดู<br />
     &#8220;อืม ก็ซื้อมาถูกนี่ คงกินได้แหละ&#8221; พร้อมส่งหน้ายิ้มไปหนึ่งที<br />
     ไอ้ปินส่งหน้ายิ้มตอบเป็นเชิงสบายใจ<br />
     &#8230;<br />
     &#8220;ใส่ยาพิษรึเปล่าล่ะ?&#8221;<br />
     &#8220;ยาเสน่ห์&#8221;<br />
     &#8220;อึ๋ย&#8221;<br />
     &#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>     ฉันไม่รู้ว่า เป็นคนอื่น เขาจะคิดกันยังไง<br />
     แต่สำหรับฉัน &#8220;ไอ้ปิน&#8221; คือคนที่ทำให้ออฟฟิศ น่าอยู่ขึ้น<br />
     อบอุ่นขึ้น<br />
     เพราะอย่างน้อยๆ ฉันก็ยังมีใครสักคนให้คุย ให้คอยถามไถ่เวลาไม่สบาย<br />
     ให้คอยชะโงกหน้า ว่าวันนี้มันจะมามั้ย?</p>
<p>   <strong>  ให้คอยเตะขาเก้าอี้ทักทาย </strong><br />
<strong>     อะไรประมาณนั้น.</strong></p>
<p><em><strong>     &#8230;&#8230;&#8230;</strong></em></p>
<p><strong>     </strong></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/ukyotheteller.wordpress.com/17/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/ukyotheteller.wordpress.com/17/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/ukyotheteller.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/ukyotheteller.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/ukyotheteller.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/ukyotheteller.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/ukyotheteller.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/ukyotheteller.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/ukyotheteller.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/ukyotheteller.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/ukyotheteller.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/ukyotheteller.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/ukyotheteller.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/ukyotheteller.wordpress.com/17/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/ukyotheteller.wordpress.com/17/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/ukyotheteller.wordpress.com/17/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=ukyotheteller.wordpress.com&amp;blog=1070783&amp;post=17&amp;subd=ukyotheteller&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/07/11/a-walk-to-remember-episode-ii/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/d8d5a5122c74e9d7aa11c6f9e6a7a536?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">ukyo</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>A Walk to Remember : Episode I</title>
		<link>http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/06/17/a-walk-to-remember-episode-i/</link>
		<comments>http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/06/17/a-walk-to-remember-episode-i/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Jun 2007 07:41:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ukyo</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรแมนติคยามเช้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/06/17/a-walk-to-remember-episode-i/</guid>
		<description><![CDATA[     มี 2 เหตุผลด้วยกันที่วันนี้เลือกโพสท์เรื่องนี้      อย่างแรก เมื่อคืนก่อนเพิ่งได้คุยกับตัวเอกของเรื่องนี้ทาง msn หลังจากไม่ได้คุยกันมานาน มันดูท่าทางเหงาเศร้าฝันยังไงบอกไม่ถูก เหมือนคนเบื่อโลก ไม่เหมือนตัวมันที่โคตรจะกวนตีนเลย      อย่างที่สอง พอดีเมื่อวานไปทำธุระแถวอโศก กว่าจะออกจากตึกก็เกือบทุ่ม ฟ้าเริ่มมืดแล้ว      ไม่ได้เห็นถนนอโศกยามค่ำคืนจากสายตาคนเดินถนนมานาน อโศกเป็นถนนที่กว้างมาก ถ้าทำเป็นมองไม่เห็นข้าวของระเกะระกะข้างทาง ก็นับได้ว่าเป็นถนนที่กว้างพอสวยแห่งหนึ่งเลยทีเดียว      ระหว่างเดินจากอาคารบีบีทาวเวอร์ไปสถานีรถไฟใต้ดินก็ฟังเพลงจากมือถือไปด้วย      Best That You Can Do&#8211;เพลง End Credit ของเรื่องนี้ : )      นับว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ที่จะทำให้คิดถึงเรื่องนี้พอดี      เรื่องนี้จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่เขียนต่อจาก Christmas Delight พอดีค่ะ คือช่วงต้นปี 46 ตอนเริ่มงานที่ EO Today ใหม่ๆ จะสังเกตได้จาก ชียังคงเพ้อๆ กับอากาศเย็นที่ไม่ค่อยพบค่อยเห็นในกรุงเทพฯเท่าไหร่ &#8211; -&#8221; (บอกแล้วว่าปีนั้นมันหนาวเยอะและนานจริงๆ)      [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=ukyotheteller.wordpress.com&amp;blog=1070783&amp;post=13&amp;subd=ukyotheteller&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>     <strong>มี 2 เหตุผลด้วยกันที่วันนี้เลือกโพสท์เรื่องนี้</strong></p>
<p>     อย่างแรก เมื่อคืนก่อนเพิ่งได้คุยกับตัวเอกของเรื่องนี้ทาง msn หลังจากไม่ได้คุยกันมานาน มันดูท่าทางเหงาเศร้าฝันยังไงบอกไม่ถูก เหมือนคนเบื่อโลก ไม่เหมือนตัวมันที่โคตรจะกวนตีนเลย<br />
     อย่างที่สอง พอดีเมื่อวานไปทำธุระแถวอโศก กว่าจะออกจากตึกก็เกือบทุ่ม ฟ้าเริ่มมืดแล้ว<br />
     ไม่ได้เห็นถนนอโศกยามค่ำคืนจากสายตาคนเดินถนนมานาน อโศกเป็นถนนที่กว้างมาก ถ้าทำเป็นมองไม่เห็นข้าวของระเกะระกะข้างทาง ก็นับได้ว่าเป็นถนนที่กว้างพอสวยแห่งหนึ่งเลยทีเดียว<br />
     ระหว่างเดินจากอาคารบีบีทาวเวอร์ไปสถานีรถไฟใต้ดินก็ฟังเพลงจากมือถือไปด้วย<br />
     Best That You Can Do&#8211;เพลง End Credit ของเรื่องนี้ : )<br />
     นับว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ที่จะทำให้คิดถึงเรื่องนี้พอดี</p>
<p>     เรื่องนี้จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่เขียนต่อจาก Christmas Delight พอดีค่ะ คือช่วงต้นปี 46 ตอนเริ่มงานที่ EO Today ใหม่ๆ จะสังเกตได้จาก ชียังคงเพ้อๆ กับอากาศเย็นที่ไม่ค่อยพบค่อยเห็นในกรุงเทพฯเท่าไหร่ &#8211; -&#8221; (บอกแล้วว่าปีนั้นมันหนาวเยอะและนานจริงๆ)<br />
     ต้นฉบับของเรื่องนี้เป็นกระทู้ที่อูเขียนในพันธิบค่ะ เรื่องเลยค่อนข้างมีความเป็นกระทู้อยู่สูง คือจะขึ้นบรรทัดใหม่บ่อยมาก สำนวนก็จะห้วนๆ รวบรัด ฉบับที่เห็นข้างล่างนี่อูพยายามเพิ่มคำบรรยายเข้าไปแล้วนะคะ แต่อ่านดูแล้วก็ยังห้วนอยู่ดี &#8211; -&#8221;<br />
     คือไม่อยากให้เสียแนวเดิมน่ะค่ะ แต่ก็กลัวว่ามันจะห้วนเกินไป<br />
     แต่มันเป็นสไตล์ของอูเหมือนกันนะ มีคนบอกว่า อ่านงานของอูแล้วจะรู้สึกว่ามันมีจังหวะ เลยคิดเอาเองว่า คงเป็นจังหวะการเคาะ enter ของอูละมั้ง<br />
     อูรู้สึกว่า ถ้าเราทิ้งจังหวะดีๆ บางที ภาพบางภาพก็ไม่ต้องการคำอธิบายเหมือนกัน (รึเปล่าหว่า?)</p>
<p>     หลายคนอ่านเรื่องนี้แล้วบอกว่า อูเจ้าชู้<br />
     เปล่านะคะ อูแค่หาแรงบันดาลใจในการเขียนจากเรื่องใกล้ตัว</p>
<p><strong>     แค่นั้นเอ๊ง&#8230;<br />
     : D</strong></p>
<p>     &#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p><strong>     A Walk to Remember</strong></p>
<p>     อากาศเย็นพอประมาณ<br />
     หน้าหนาวเป็นฤดูที่มีความสุข ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ดูโรแมนติคไปหมด ไม่เว้นแม้แต่&#8230;การเดินไปทำงาน</p>
<p>     ปกติ ฉันนั่งรถไฟฟ้าไปทำงานทุกเช้า<br />
     ขึ้นสถานีหมอชิต ยืนจ่อหน้าประตู ประตูเปิดปุ๊บก็จองที่นั่งริมประตู มันมีกระจกใสๆ ให้พิงน่ะ แล้วก็หลับ (เคยหลับเลยสถานีด้วย เวรกรรม)<br />
     พอดีเจประจำรถแกประกาศว่า &#8220;สถานีต่อไป อโศก Next Station Asoke&#8221; ฉันก็จะลืมตาอย่างว่าง่าย เก็บข้าวเก็บของ พอรถไฟจอดก็ลุกเดินออกประตู แล้วก็เดินลงจากสถานี<br />
     ฉันทำงานตึก GMM ห่างจากสถานีอโศกราว 2 ป้ายรถเมล์ จากสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่เดือนกว่า หมอแนะนำว่า ควรออกกำลังกาย ฉันเลยเลือกเดินไปออฟฟิศแทนที่จะขึ้นรถเมล์หรือวินมอเตอร์ไซค์อย่างคนอื่นเขา<br />
     เป็นการเดินที่สุนทรีย์<br />
     ตึกรอบๆ สูงๆ เต็มไปหมด ถนนกว้างๆ โล่งๆ มีรถราวิ่งผ่านไปมา ผู้คนไม่จอแจเกินไป (เพราะไม่มีใครบ้าเดิน)<br />
     โชคดีที่ตอนนี้เป็นหน้าหนาว อากาศดีมาก ฉันพันผ้าพันคอ-หรือไม่ก็ผ้าคลุมไหล่- เดินตัวงอนิดๆ เพราะมันหนาว ปล่อยผ้าพันคอปลิวไหวๆ อยู่ข้างต้นคอ<br />
     เป็นแบบนี้ทุกวัน<br />
     ไม่ใช่แค่ตอนเช้า ที่ฉันแอบมีเวลาสุนทรีย์ส่วนตัวแบบนี้&#8211;ตอนเย็นก็เหมือนกัน มีบ้างบางวัน ถ้าคุณแฟนมารับ โปรแกรม classic walk ของฉันก็จะถูกยกเลิกไป<br />
     บางทีการมีรถก็ไม่ดี เพราะจะไม่มี classic walk</p>
<p>     ฉันเพิ่งเริ่มทำงานที่นี่ได้สองอาทิตย์ เดินคนเดียวทุกเช้า สถานีอโศก-GMM ทุกเย็น GMM-สถานีอโศก จริงๆ มันก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรที่จะต้องเดินคนเดียว ชีวิตก็ดูคลาสสิกดี<br />
     จนเย็นวันนึง&#8211;วันพฤหัสที่ 16 มกรา 2546<br />
     A Classic Walk ธรรมดา เปลี่ยนชื่อเป็น A Walk to Remember ไป หนึ่งวัน<br />
     เรื่องมันเริ่มแบบนี้<br />
     &#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>     &#8220;ไอ้เบียร์&#8221;<br />
     เพื่อนปากหมานที่ทำงานคนหนึ่ง (จริงๆ ลึกๆ มันคงเป็นคนดี) แนะนำน้องคนหนึ่งให้ฉันรู้จัก อันที่จริง ก่อนหน้านั้นอีกที ‘น้องดาว’ สาวฝ่ายแฟชั่นที่ฉันชอบไปคุยเล่นกิ๊วก๊าวด้วยบ่อยๆ ก็เคยพูดถึงหนุ่มน้อยหน้าใสคนนี้ให้ฟังมาบ้างแล้วว่าเป็นที่ฮือฮาของสาวๆ แถวนี้ ด้วยความหน้าใสและขี้อาย บุคลิกเงียบๆ นิ่งๆ ติสท์หน่อยๆ เซอร์กำลังดี น้องดาวแนะนำชี้โบ๊ชี้เบ๊ให้ฉันดูอยู่ทุกวัน แต่ก็ไม่เคยจำหน้าได้ซักที<br />
     วันนั้นฉันกับไอ้เบียร์แอบอู้งานคุยเอ็มเอสเอ็นกัน ฉันเลยถามถึงน้องหน้าใสที่เป็นที่กล่าวขวัญของสาวๆ คนนั้น ไอ้เบียร์รีบห้ามปรามเป็นระวิง อย่าเลย! เด็กมันใสไร้สาร อย่าไปแกล้งเด็กมันเลย<br />
     อะไรวะ! ยังไม่ทันทำอะไรเลย แค่อยากรู้ว่าตกลงคือคนไหนกันแน่ ก็ไม่รู้ไอ้เบียร์มันนึกยังไงเหมือนกัน จู่ๆ มันก็ท้าขึ้นมาว่า<br />
     &#8220;เอางี้ กูมีอีเมล์น้องมัน ถ้ามึงแน่จริงก็แอ๊ดมันไปคุยเด่ะ&#8221;<br />
     เอ้า แอ๊ดก็แอ๊ดสิวะ ไม่เห็นจะเสียหายเลย ไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย<br />
     แล้วเราก็รู้จักกัน</p>
<p>     วันนั้นทั้งวัน ฉันทำงานไปคุยไป<br />
     คุณน้องหน้าใส ไม่ได้เป็นคุณน้องอีกต่อไป หากแต่เราอายุเท่ากัน ฉันเลยถือวิสาสะคุยกับมันแบบเพื่อนๆ กวนๆ คุยทีมันก็เขินที คุยอีกทีมันก็เขินอีกที จนฉันด่า<br />
     &#8220;จะเขินอะไรนักหนาวะ&#8221;<br />
     ดีขึ้น<br />
     หลังจากนั้น เราก็คุยกันง่ายขึ้น ฉันขอเรียกมันว่า &#8220;ปิน&#8221; ละกัน</p>
<p>     เราคุยกันไปเรื่อยๆ จนเย็นย่ำ ฉันมีนัดต้องเข้าห้องสัมภาษณ์ชาคริต กับเจี๊ยบ-โสภิตนภา ตอนหกโมงเย็น ซึ่งปกติชั่วโมงทำงานของเราจะอยู่ที่ 6 โมงครึ่ง นั่นแปลว่าเย็นวันนั้น ฉันต้องเลิกเลท<br />
     แล้วจะเดินกลับคนเดียวยังไงวะเนี่ย ดึกๆ ฉันเริ่มกังวลเล็กๆ</p>
<p>     &#8220;เฮ้ย ปิน เดินกลับเป็นเพื่อนหน่อยเด่ะเย็นนี้&#8221; ฉันลองส่งเอ็มเอสเอ็นไป ปินตอบกลับมาว่า<br />
     &#8220;เลิกปุ๊บผมก็เผ่นแล้วคุณ&#8221;<br />
     อืม&#8230;ไม่เป็นไร เดินคนเดียวไม่ตาย เดินอยู่ทุกวัน ก็คลาสสิกดี</p>
<p>     งานเลิกไม่ดึกอย่างที่คิด แค่ทุ่มหน่อยๆ ฉันวิ่งเก็บนั่นเก็บนี่ เคลียร์ของในห้องสัมภาษณ์ แต่พอเดินกลับโต๊ะมา ปรากฏว่า—มันยังอยู่<br />
     ยังไม่ได้สนใจอะไรมาก วิ่งเก็บของต่อไป ไมโครโฟน เครื่องอัด เก้าอี้ ฯลฯ จนเดินสวนกับปินตรงทางเดินหน้าบริษัท มันบอก กลับก่อนนะคุณ ตามสบาย ฉันยังไม่เสร็จธุระอยู่ดี<br />
     กว่าจะทำนั่นทำนี่เสร็จ เสียเวลาไปพอสมควร แอบเจ็บใจเล็กน้อยว่าเพื่อนใหม่แม่ง&#8230;รอกันหน่อยก็ไม่ได้<br />
     ไอ้บ้า!<br />
     เดินออกมาหน้าบริษัท<br />
     ไอ้ปินยืนหน้าแป้นแล้นอยู่หน้าลิฟต์หน้าตาเฉย </p>
<p>     เราลงลิฟต์มาด้วยกัน<br />
     แกล้งถามมันว่างานยุ่งเหรอถึงเพิ่งกลับ ไหนว่าจะรีบเผ่นไง มันบอก อืม งานติดพันเลยทำให้มันเสร็จๆ ไป<br />
     อ้อ&#8230;งั้นรึ<br />
     เดินออกจากลิฟต์มาด้วยกันจนถึงหน้าบริษัท ฉันคว้ากระเป๋าขึ้นสะพาย เดินนำหน้ามันไปเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มเร่งฝีเท้าหันไปถามปินหนึ่งที กะว่าคงแยกกันตรงนี้<br />
     &#8220;แล้วนี่จะกลับยังไง นั่งรถมอเตอร์ไซค์ล่ะสิ&#8221;<br />
     เงียบ<br />
     &#8220;โชคดีละกัน ไปละ ชั้นจะเดิน&#8221;<br />
     ฉันโบกมือ หันหลังขวับ ยังไม่ทันจะเริ่มก้าวก็ถูกประโยคงึมงำในคอของไอ้ปินขัดขึ้นมาว่า<br />
     &#8220;ก็นั่งรถบ้าง เดินบ้าง&#8221;<br />
     &#8230;&#8230;&#8230;<br />
     ใครจะรู้บ้างไหม ว่าถนนอโศกยามค่ำคืนกลางฤดูหนาว แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงตามสองฟากถนน ริ้วไฟจากรถราที่แล่นฉิวบนถนนกว้าง อากาศเย็นกำลังดี มีลมพัดมาแผ่วๆ<br />
     มันเหมาะกับการเดินเล่นกับใครสักคน&#8230;ขนาดไหน</p>
<p>     ฉันกับปินเดินคุยกันไปตลอดทาง<br />
     &#8220;นี่ ถ้าชั้นเป็นลมก็อย่าตกใจนะ&#8221;<br />
     &#8220;เหรอ แล้วจะให้ชั้นทำไง&#8221;<br />
     &#8220;ก็หยิบโทรศัพท์มือถือชั้นขึ้นมา แล้วกดหา DAD บอกพ่อชั้นว่า ลูกสาวคุณเป็นลมอยู่ที่ถนนอโศกครับ&#8221;<br />
     &#8220;อืม&#8221; มันทำหน้าครุ่นคิด &#8220;ไม่ใช่วิ่งหนีไปเลยเหรอ&#8221;  </p>
<p>     &#8220;นี่ แถวนี้มันมีบันไดเลื่อนไหม&#8221;<br />
     &#8220;มีๆ&#8221;<br />
    &#8220;เออ ขึ้นบันไดเลื่อนเหอะ ชั้นเดินไม่ไหวละ&#8221;<br />
     &#8220;ไปดิ&#8221;<br />
     &#8220;อยู่ตรงไหนวะ&#8221;<br />
     &#8220;เลยโชว์รูมวอลโว่ไปน่ะ&#8221;<br />
     &#8220;เออ งั้นไม่ไปละ เหนื่อย&#8221;<br />
     &#8220;อะไรวะ โลเลชิบเป๋งเลย&#8221;<br />
     &#8220;ก็ดีกว่าคนป๊อดล่ะวะ&#8221;   </p>
<p>     บนรถไฟฟ้าสายอโศกถึงหมอชิต เราคุยกันสารพัด เรื่องหนัง เรื่องผู้กำกับ เรื่อง&#8230;<br />
     อืม&#8230;ก็คุยอยู่เรื่องเดียวนั่นแหละ—เรื่องหนัง<br />
     ปินชอบดูหนังคนละแนวกับฉัน<br />
     ฉันแนะนำหนังเกาหลีไป 4 เรื่อง ปินแนะนำหนังอินดี้มาหลายเรื่อง เราคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะหนังที่แต่ละคนดูไม่ได้เหมือนกันเลย<br />
     แต่มันก็สนุกดี</p>
<p>     ถึงสถานีหมอชิต การเดินทางคลาสสิกของเราจบลง ฉันควานกระเป๋า จำได้ว่ามีช็อคโกแลตอยู่หนึ่งอัน<br />
     &#8220;เอ้า ของฝาก&#8221;<br />
     &#8220;โหย แพงรึเปล่า ไม่แพงไม่กินนะ คันคอ&#8221;<br />
     &#8220;เฮ้ย แพงนะโว้ย อย่าดูถูก&#8221;<br />
     เงียบ<br />
     &#8220;อื้ม ไปละ&#8221; ฉันเป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน<br />
     &#8220;อืม บาย&#8221;<br />
     &#8220;บาย&#8221;<br />
     &#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>     เคยฟังเพลงเก่าเพลงหนึ่งกันไหมคะ?<br />
     ถ้านี่เป็นฉากจบของหนัง ฉันจะเลือกเพลง End Credit เพลงนี้&#8230;</p>
<p>     Best That You Can Do (Arthur&#8217;s theme): Christopher Cross</p>
<p>     &#8220;When you get caught between the moon and New York city,<br />
     I know it&#8217;s crazy, but it&#8217;s true.<br />
     If you get caught between the moon and New York city&#8230;<br />
     Best that you can do, best that you can do</p>
<p>     Is fall in love&#8230;&#8221;<br />
     &#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>     &#8220;เธอขึ้นสถานีหมอชิตใช่ไหม?&#8221;<br />
     &#8220;อืม รู้ได้ไงน่ะ&#8221;<br />
     &#8220;ก็เราเคยเจอเธอที่สถานีหมอชิตน่ะสิ&#8221;<br />
     &#8220;เหรอ เมื่อไหร่&#8221;<br />
     &#8220;อาทิตย์ที่แล้ว วันไหนไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว&#8221;<br />
     &#8220;เหรอ ชั้นไม่เห็นใครหรอก หลับตลอดทางเลย&#8221;</p>
<p>   <strong>  &#8220;อืม เราเห็นตั้งนานแล้ว แต่ไม่กล้าทัก&#8221;</strong></p>
<p><em><strong>     &#8230;&#8230;&#8230;</strong></em></p>
<p>    </p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/ukyotheteller.wordpress.com/13/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/ukyotheteller.wordpress.com/13/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/ukyotheteller.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/ukyotheteller.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/ukyotheteller.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/ukyotheteller.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/ukyotheteller.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/ukyotheteller.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/ukyotheteller.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/ukyotheteller.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/ukyotheteller.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/ukyotheteller.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/ukyotheteller.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/ukyotheteller.wordpress.com/13/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/ukyotheteller.wordpress.com/13/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/ukyotheteller.wordpress.com/13/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=ukyotheteller.wordpress.com&amp;blog=1070783&amp;post=13&amp;subd=ukyotheteller&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/06/17/a-walk-to-remember-episode-i/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/d8d5a5122c74e9d7aa11c6f9e6a7a536?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">ukyo</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Christmas Delight</title>
		<link>http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/06/09/christmas-delight/</link>
		<comments>http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/06/09/christmas-delight/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Jun 2007 11:16:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ukyo</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรแมนติคยามเช้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/06/09/christmas-delight/</guid>
		<description><![CDATA[     เรื่องนี้เขียนไว้ตั้งแต่ปลายปี 2545 ตอนเพิ่งได้เริ่มงานแมกกาซีนใหม่ๆ หลังจากเวียนว่ายทำงานมาร์เก็ตติ้งอยู่ 3 ปี 7-8 งาน แล้วพบว่าไม่ใช่ทาง      ตอนนั้นอู (ขออนุญาติเรียกแทนตัวเองออนไลน์แบบนี้นะคะ แบบว่าชิน ถ้าอยากรู้ที่มาที่ไป คลิกที่หน้า about ได้ค่ะ : ) ได้งานที่อมรินทร์พริ้นติ้งเพราะเขาเปิดนิตยสารเล่มใหม่ เป็นนิตยสารไลฟ์สไตล์สำหรับว่าที่เจ้าสาว อูเป็นรุ่นแรกเลยที่ถูกรีครูทเข้าไป ไปเริ่มปั้นกันตั้งแต่หนังสือยังเป็นวุ้นอยู่เลย มีแต่คอลัมน์ที่ก็อปรูปแบบมาจากแมกกาซีนแม่อย่าง &#8220;แพรว&#8221; ต้องไปตบ ไปรบ กันอยู่นาน กว่าจะได้รูปแบบคอลัมน์ที่เหมาะกับตัวหนังสือจริงๆ     (เอ้อ ชักไปไกล)      ที่จะบอกก็คือ ช่วงแรกของการทำงาน มีเวลาเตรียมตัว 6 เดือนก่อนหนังสือเปิดตัวจริงค่ะ ช่วงนั้นเลยพอมีเวลาว่าง ประกอบกับเป็นช่วงปลายปี วันหยุดยาวเยอะ      ปีนั้นเป็นปีที่อากาศหนาวเยอะและนานค่ะ บรรยากาศค่อนข้างเป็นใจ ยิ่งเมื่อบวกกับเวลาว่างที่พอมี ก็เลยเพ้อๆ ได้เรื่องเล่าออกมาหลายเรื่อง เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ      ส่วนหนึ่งที่เลือกเรื่องนี้มาโพสท์ก่อน เพราะเพิ่งกลับจากไปเที่ยวออสเตรเลียมาค่ะ      แบบว่า กลิ่นอายเมืองนอกยังอ้อยอิ่งอยู่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=ukyotheteller.wordpress.com&amp;blog=1070783&amp;post=10&amp;subd=ukyotheteller&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>     เรื่องนี้เขียนไว้ตั้งแต่ปลายปี 2545 ตอนเพิ่งได้เริ่มงานแมกกาซีนใหม่ๆ หลังจากเวียนว่ายทำงานมาร์เก็ตติ้งอยู่ 3 ปี 7-8 งาน แล้วพบว่าไม่ใช่ทาง</p>
<p>     ตอนนั้นอู (ขออนุญาติเรียกแทนตัวเองออนไลน์แบบนี้นะคะ แบบว่าชิน ถ้าอยากรู้ที่มาที่ไป คลิกที่หน้า about ได้ค่ะ : ) ได้งานที่อมรินทร์พริ้นติ้งเพราะเขาเปิดนิตยสารเล่มใหม่ เป็นนิตยสารไลฟ์สไตล์สำหรับว่าที่เจ้าสาว อูเป็นรุ่นแรกเลยที่ถูกรีครูทเข้าไป ไปเริ่มปั้นกันตั้งแต่หนังสือยังเป็นวุ้นอยู่เลย มีแต่คอลัมน์ที่ก็อปรูปแบบมาจากแมกกาซีนแม่อย่าง &#8220;แพรว&#8221; ต้องไปตบ ไปรบ กันอยู่นาน กว่าจะได้รูปแบบคอลัมน์ที่เหมาะกับตัวหนังสือจริงๆ</p>
<p>    (เอ้อ ชักไปไกล)<br />
     ที่จะบอกก็คือ ช่วงแรกของการทำงาน มีเวลาเตรียมตัว 6 เดือนก่อนหนังสือเปิดตัวจริงค่ะ ช่วงนั้นเลยพอมีเวลาว่าง ประกอบกับเป็นช่วงปลายปี วันหยุดยาวเยอะ<br />
     ปีนั้นเป็นปีที่อากาศหนาวเยอะและนานค่ะ บรรยากาศค่อนข้างเป็นใจ ยิ่งเมื่อบวกกับเวลาว่างที่พอมี ก็เลยเพ้อๆ ได้เรื่องเล่าออกมาหลายเรื่อง เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ<br />
     ส่วนหนึ่งที่เลือกเรื่องนี้มาโพสท์ก่อน เพราะเพิ่งกลับจากไปเที่ยวออสเตรเลียมาค่ะ<br />
     แบบว่า กลิ่นอายเมืองนอกยังอ้อยอิ่งอยู่ ยังไม่อยากทำงานเลย T_T พอมาอ่านเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอนไปเที่ยวต่างประเทศเลยกำลังอินได้ที่<br />
     เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงวันหยุดซัมเมอร์ปี 3 ขึ้นปี 4 เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิต ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกับที่บ้านแบบครบองค์ (ซึ่งเดี๋ยวนี้เวลาแบบนั้นหาไม่ได้ง่ายๆ แล้ว) ชีวิตยังไม่มีเรื่องให้ต้องคิดเยอะ ภาพที่อยู่ในความทรงจำเลยออกมาใสๆ (จนเข้าขั้นไร้สาระ)</p>
<p>     ภาษาที่ใช้ตอนนั้นก็ยังเด็กน่ะค่ะ แต่ก็เอามาทั้งดุ้น ไม่ได้แก้อะไรเลย รู้สึกว่ามันสดดี จะให้กลับไปเขียนอย่างตอนนั้นก็คงเขียนไม่ได้แล้ว<br />
     ลองอ่านกันดูนะคะ ออกจะยาวอยู่สักหน่อย (._.&#8217;)&gt; อ่านข้ามๆ ไปบ้างก็ได้ แต่ถ้าอ่านจบและพบว่าเพลินดีก็จักดีใจค่ะ</p>
<p>     และถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ฝากชื่อทักทายไว้สักหน่อยนะคะ</p>
<p><strong>     บล็อคนี้จะได้ไม่เหงาจนเกินไป<br />
     : )</strong>   <br />
    &#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>     <strong>Christmas Delight</strong></p>
<p>     ฉันค่อยๆ รินน้ำร้อนใส่แก้ว เสียงไหลจ๊อก..เบาๆ กับไอความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาบางๆ นั้นให้ความรู้สึกรื่นรมย์ไม่น้อย<br />
     เข้าหน้าหนาวอีกแล้ว<br />
     ฉันชอบตื่นแต่เช้า ออกมาสูดอากาศเย็นๆ ใสๆ ในตอนเช้าของต้นฤดูหนาวแบบนี้ที่สุด น่าเสียดายที่ประเทศไทยเป็นประเทศแถบเส้นศูนย์สูตร ไม่อย่างนั้นความฝันที่จะมีไวท์คริสต์มาสกับเขาคงพอจะมีแววเป็นจริงขึ้นมาบ้าง</p>
<p>     ฤดูหนาวแบบนี้ อะไรๆ ก็ดูดีไปหมด<br />
     ฉันมักจะมีความใฝ่ฝันถึงความรักโรแมนติคแบบในนิยาย &#8211; ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่เมืองนอก -บรรยากาศดีๆ อากาศหนาวๆ ต้นคริสต์มาสประดับประดาสวยงาม คนสองคนเดินกุมมือกัน หายใจออกมาเป็นควัน แต่มือที่เกาะกุมกันไว้ก็ยังอบอุ่น&#8230;<br />
     อยากมีความรักแบบนั้นบ้าง&#8230;<br />
     &#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>     ความรักครั้งที่ใกล้เคียงกับความฝันของฉันมากที่สุดเกิดขึ้นสมัยเรียนอยู่ปี 3 กำลังจะขึ้นปี 4 เป็นช่วงที่ครอบครัวกำลังรุ่งเรืองและฟุ่มเฟือยถึงขีดสุด เราเลยได้มีโอกาสไปฉลองวันหยุดหน้าร้อนพร้อมหน้าพร้อมตากันที่ยุโรปถึง 8 วัน<br />
     ใช่แล้ว&#8230; เพราะว่ามันเป็นยุโรปน่ะสิ เราถึงควรจะต้องตกหลุมรักใครสักคน<br />
     ตอนนั้นไม่น่าเชื่ออีกเช่นกันว่าเที่ยวทัวร์มาหลายปี ยังไม่เคยเจอหนุ่มหน้าตาดีๆ เลยสักครั้ง แต่พอมาทัวร์ยุโรปคราวนี้ กลับเจอดีเข้าอย่างจัง<br />
     พ่อหนุ่มคนนั้นอายุน้อยกว่าฉันเกือบ 5 ปี<br />
     เจ้าของผมไฮไลท์สีน้ำตาลทองเหมือนสีตาคู่นั้น ชื่อน้องแอนท์ สูงราว 180 ซม. (ฉันสูง 167 &#8211; เหมาะสมกันพอดี) ตอนที่เจอกันครั้งแรกเขาอยู่ในเสื้อแจ็คเก็ตหนังตัวที่เขาใส่ตลอดช่วง 8 วันที่เหลือ ฉันกำลังลากกระเป๋าถูลู่ถูกังไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์ 14 ขณะที่ลูกทัวร์คนอื่นยังมากันหรอมแหรม<br />
     ภาพแรกที่ฉันยังจำได้ติดตาคือ แอนท์กำลังนั่งอ่านการ์ตูนอย่างขมักเขม้น โดยมีเจ้าหมูทิว -น้องชายที่หล่อไม่ได้ครึ่งของพี่ชาย- วิ่งวนอยู่ใกล้ๆ<br />
     แน่นอนว่าไม่มีสาวมหาลัยคนไหนคิดจะสนใจเด็กม.ปลายที่ยังอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่แน่ๆ ฉันมองผ่านเขาไปอย่างไม่ใส่ใจนัก<br />
     แต่ดูเหมือนมนต์ขลังของเมืองนอกจะชักพาให้เราจำเป็นต้องตกหลุมรักใครสักคน แอนท์เองก็อาจจะถูกมนต์สะกดที่ว่านั่นด้วยเหมือนกัน ถึงได้แอบปรายตามาทางสาวที่น่าจะอายุอานามใกล้เคียงเขาที่สุดในทัวร์ &#8211; ฉัน<br />
     เราเล่นเกม&#8221;ซ่อนแอบ&#8221; (แบบที่ฉันเพิ่งเขียนลงในคอลัมน์ How to เมื่อวานนี้) แอบมองแอบหลบตากันอยู่อย่างนั้นในช่วงสองวันแรก จนเพิ่งจะได้เริ่มคุยกันประโยคแรก ตอนที่พี่สาวของฉันอาสาถ่ายรูปให้ที่เบรนเนอร์พาส<br />
     ลองหลับตานึกภาพเบรนเนอร์พาส&#8230; ถนนสายที่สวยที่สุดในยุโรปตอนนั้น เรากำลังอยู่ระหว่างทางจากอิตาลีไปออสเตรีย โดยอาศัยเส้นทางผ่านรัฐอิสระเล็กๆ อย่าง ‘ลิคเตนสไตน์&#8217; ที่ไม่ปรากฏบนแผนที่โลก (เพราะพี่แกเล็กมาก) ฉันนั่งหลับอุตุมาตลอดทางจนเมื่อตื่นมาเห็นภาพภูเขาตั้งตระหง่าน โรยด้วยหิมะขาวนุ่มแบบน้ำตาลไอซิ่งตามสองข้างทางปรากฏเลือนรางขึ้นตรงหน้า จึงถึงกับสะดุ้งเพราะนึกว่าอยู่ในฝัน<br />
     บรรยากาศเป็นใจขนาดนี้ คงพอจะนึกออกกันแล้วใช่ไหม ว่าทำไมควรจะตกหลุมรักใครสักคน &#8230;</p>
<p>     แอนท์กำลังยืนแพนกล้องวีดิโอ เก็บบรรยากาศเบรนเนอร์พาสเงียบๆ ห่างจากกลุ่มคนที่แห่กันลงไปซื้อขนมที่ซูเปอร์ข้างทาง ฉันปลีกตัวออกมาเพราะรำคาญความวุ่นวายในนั้น จึงออกมาจ๊ะเอ๋เข้ากับพ่อหนุ่มตาสีน้ำตาลเข้าพอดี<br />
     เขายืนอยู่เงียบๆ แพนกล้องช้าๆ อย่างใจเย็น ส่วนฉันยืนอยู่ห่างๆ ซึมซับบรรยากาศโดยรอบ<br />
     แต่แล้วความโรแมนติคก็มีอันอันตรธานไปซะก่อนเราจะได้พูดอะไรกัน เมื่อพี่สาวตัวดีเดินปรี่ตามออกมาพร้อมเจ้าหมูทิว<br />
     ทิวอยากถ่ายรูปจัด ส่วนแอนท์เองก็ต้องทำหน้าที่ช่างกล้อง พี่สาวฉันเลยขันอาสาจะถ่ายรูปสองหนุ่มพี่น้องให้ เราเลยได้พูดกันเป็นครั้งแรก<br />
     จะว่าไปแล้วคนที่พูดก็ไม่ใช่ฉันหรอก แต่เอาเป็นว่า นั่นนับเป็นครั้งแรกที่เราเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กัน</p>
<p>     เราได้พูดกันจริงๆ ตอนที่มาถึงออสเตรียแล้ว และกำลังขนของจากหน้าลิฟต์เข้าห้องพัก<br />
     ห้องของแอนท์กับหมูทิวอยู่ตรงข้ามห้องฉันพอดี เราสองคนเดินสวนกันตรงทางเดินด้านหน้าขณะผลัดกันไปยกสัมภาระใบเบ้อเร่อที่หน้าลิฟต์<br />
     &#8220;ช่วยถือมั้ยครับ&#8221; แอนท์พูดกับฉันเป็นประโยคแรก ตอนที่ฉันกำลังหอบหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังเดินสวนกับเขาตรงหน้าห้อง<br />
     &#8220;ไม่เป็นไรค่ะ&#8221; ฉันยิ้ม แอบเขินเล็กน้อย แอนท์ยิ้มตอบแล้วเดินกลับออกไปเพื่อขนของอีกระลอก ฉันโยนกระเป๋าลงบนพื้นหน้าห้องแล้วกลับไปขนสัมภาระอีกครั้ง<br />
     &#8220;ช่วยถือมั้ยคะ&#8221; ฉันถามกลับตอนที่เราสลับบทบาทกันเมื่อฉันเป็นฝ่ายเดินตัวปลิว ส่วนแอนท์แบกของมาเต็มสองแขน<br />
     &#8220;ไม่เป็นไรครับ&#8221; เขายิ้มตอบ พร้อมกับความโรแมนติคที่เริ่มผลิบานขึ้นในหัวใจเราทั้งสอง (คาดว่าเป็นอย่างนั้นนะ)</p>
<p>     วันที่ 5 ของการเดินทาง<br />
     เราย้ายก้นออกจากออสเตรียมาปักหลักที่สวิสฯ บรรยากาศโรแมนติคได้ที่<br />
     ทะเลสาปลูเซิร์นนอนสงบนิ่งใสแจ๋วสะท้อนประกายระยิบระยับของแสงแดดยามเช้า คณะทัวร์ของเราออกเดินทางไปเที่ยวแหล่งสกีบนยอดเขาทิตลิส ที่ๆ พี่ชงค์กับการบูรพบกันใน &#8220;ยามเมื่อลมพัดหวน&#8221; และเป็นที่ๆฉันกับแอนท์ได้พูดคุยกันแบบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นครั้งแรก<br />
     บนกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขา คนแน่นเอี้ยดดูดกลืนเอาทัศนียภาพแสนโรแมนติคไปจนหมด ฉันยืนตัวลีบเป็นปลากระป๋องแทบไม่ต่างจากอยู่บนรถเมล์ปรับอากาศที่เมืองไทย<br />
     วันที่เราขึ้นยอดเขาเป็นวันที่พายุหิมะเข้าพอดี อุณหภูมิปกติจากที่ 0 องศาเซลเซียส ดิ่งลงไปอยู่ที่ ลบ 4 องศา &#8211; แช่แข็งเจ้าหมูทิวได้เลย-</p>
<p>     ฉันเอามือซุกกระเป๋า เอาฮูดขึ้นคลุมหัวปิดหู อากาศเย็นเข้าไปถึงกระดูก พอลมพายุพัดมาที กระเช้าก็เอียงวูบไปข้างหนึ่งที น่ากลัวแต่ก็สนุกไปอีกแบบ<br />
     นักท่องเที่ยวหน้าเอเชียทั้งหลายถูกเทไปมาตามแรงลม ฉันยึดเอาฐานที่มั่นคือเสากลางกระเช้าได้เลยค่อนข้างอยู่ตัว มีเพียงคนวงนอกเท่านั้นที่โคจรไปมารอบตัวฉัน<br />
     วูบหนึ่ง พายุหิมะหอบเอาแอนท์มาหยุดยืนตรงหน้าพอดี จมูกแดงๆ ของฉันแทบจะชนคางเขาอยู่แล้ว ระยะเผาขนขนาดนี้ แค่จะเงยหน้าขึ้นไปทักฉันยังไม่กล้า เพราะฉะนั้น&#8230;ลืมเรื่องชวนคุยไปได้เลย<br />
     ต้องขอบคุณพระเอกขี่ม้าขาว &#8211; เฮียโอ๊ต พี่ชายของฉัน ที่บังเอิญโดนลมหอบมายืนอยู่แถวนั้นพอดี เฮียโอ๊ตชวนแอนท์คุยนั่นคุยนี่ตามประสาชายหนุ่ม จนเมื่อแอนท์ถามว่าเรียนจบจากที่ไหน ผลบุญเลยเผื่อแผ่มาทางฉันด้วย<br />
     &#8220;พี่อูอยู่ปีสามแล้วเหรอฮะ!&#8221;<br />
     แอนท์ร้องเสียงหลงเมื่อได้รู้ความจริงช็อคโลกว่าหญิงสาวขาวหมวยตรงหน้าแก่กว่าเขาถึง 5 ปี &#8220;ผมนึกว่าเพิ่งเอนท์ฯ ไม่ก็อยู่ปีหนึ่ง&#8221;<br />
     ความจริงดังกล่าวทำฉันถอดใจเมื่อพบว่าชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น เด็กกว่าฉันโข แถมยังเพิ่งจะขึ้นม.5 ที่โรงเรียนชายล้วนมีชื่อ และยังพ่วงเอาตำแหน่งเชียร์ลีดเดอร์ติดมือมาด้วย<br />
     แต่อย่าลืม.. ที่นี่คือยอดเขาทิตลิส ที่ๆ พี่ชงค์กับการบูรพบกัน<br />
     และมนต์ขลังแห่งยุโรปโรแมนติค 8 วันนั้น รุนแรงเกินกำแพงตัวเลขจะต้านทานได้</p>
<p>     เมื่อกระเช้าเทียบท่า เราต่างคนต่างเดินลงไปต่อกระเช้าตัวใหม่เพื่อขึ้นไปให้ถึงยอดสูงสุด เจ้าหมูทิวเดินเอ้อระเหยตามก้นพี่ชายมาติดๆ ไม่รู้เฮียโอ๊ตเอาเวลาที่ไหนไปตีซี้กับเจ้าหมูนั่น ทั้งสองเลยเดินหยอกล้อกันมาเรื่อย โดยมีฉันกับพี่สาวเดินนำหน้า และแอนท์เดินตามหลัง<br />
     &#8220;ทิว.. พี่เอ๋กะพี่อูใครน่ารักกว่ากัน&#8221; เฮียโอ๊ตถามคำถามน่าเตะ<br />
     &#8220;พี่เอ๋&#8221; ทิวตอบเสียงแผ่วเบา ฉันรู้สึกเซ็งกะทันหัน<br />
     &#8220;รู้รึเปล่าเนี่ย ว่าคนไหนพี่เอ๋ คนไหนพี่อู&#8221; พี่ชายถามเอาชัวร์<br />
     &#8220;ก็คนตัวสูงๆ ไงพี่เอ๋&#8221; ทิวทำหน้าแบบกูรู แอนท์หัวเราะกิ๊ก<br />
     แหม ก็พี่สาวฉันสูงตั้ง 158 ซ.ม.!<br />
     ด้วยระบบความจำอันสับสนของทิวนี่เอง ที่เป็นเรื่องเป็นราวให้ฉันเกือบจะงอนเจ้าของตาสีน้ำตาลคนนั้นในวันเดินทางกลับ แต่นั่นก็เกิดขึ้นหลังจากที่มนต์ขลังยุโรปโรแมนติคเปิดโอกาสให้เราได้มาเดทกันไกลถึงสวิตเซอร์แลนด์ในคืนก่อนออกเดินทาง</p>
<p>     วันที่ 7 ของการเดินทาง คณะทัวร์เปิดโอกาสให้ลูกทัวร์ได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย เหล่าหนุ่มๆ สาวๆ วัยเกือบยี่สิบจนถึงสามสิบต้นๆ เลยจับกลุ่มชักชวนกันไปเดินซื้อของที่ร้านขายของที่ระลึกตอนหัวค่ำ<br />
     กลุ่มเรามี คู่ฮันนีมูนฝาแฝด 2 คู่ ฉัน พี่ชาย พี่สาว แอนท์ และทิว รวมทั้งหมด 9 คน<br />
     คู่ฮันนีมูนนั้นดูจะสนิทสนมกับแอนท์และพี่ชายฉันเป็นพิเศษ ทั้ง 6 เลยจับกลุ่มแซวคนนั้นแซวคนนี้ไปทั่ว ฉันเดินรั้งท้ายเพราะอยากปลีกวิเวก เก็บบรรยากาศโดยรอบให้มากที่สุดก่อนกลับ<br />
     ฝนเริ่มลงเม็ดเล็กน้อย ฉันเอาฮูดขึ้นคลุมหัว แอนท์เอาร่มที่ติดมากางให้เจ้าหมูทิวแล้วเดินตามกันไปเป็นกลุ่มหลวมๆ เราสองคนได้แซวกันคำสองคำตามน้ำไปเรื่อย แต่ไม่ได้คุยอะไรกันเป็นพิเศษ จนกระทั่งสองทุ่มครึ่งที่เจ้าหมูทิวเริ่มง่วง และให้พ่อแม่มารับกลับไปก่อน แอนท์ถึงเป็นอิสระ<br />
     &#8220;ร่มมั้ยครับ&#8221;<br />
     แอนท์หยุดเดินรอฉันซึ่งเดินรั้งท้ายกลุ่ม ยื่นร่มมาให้<br />
     &#8220;ไม่เป็นไรค่ะ&#8221; ฉันยิ้มพลางเอามือชี้ฮูดบนหัว<br />
     &#8220;แค่นั้นไม่พอหรอก&#8221; แอนท์ปราม ฉันเลยเอามือชี้ที่ฮูดบนหัวแอนท์เป็นเชิงว่า ‘ก็เหมือนกันนั่นล่ะ&#8217; เขายิ้มแล้วยักไหล่ &#8220;ผมไม่ชอบถือร่ม, แค่นี้ก็พอแล้ว&#8221;<br />
     เราสองคนเดินแยกออกมาอยู่ท้ายกลุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ แอนท์ถือร่มไว้ในมือ แล้วเดินเอาฮูดคลุมหัวคุยกับฉันไปเรื่อยๆ ลมหนาวพัดมาเป็นระลอก ทางเดินปูอิฐสีแดงเฉอะแฉะไปด้วยแอ่งน้ำขังตามรอยต่อ เราสองคนเดินย่ำไปอย่างไม่ใส่ใจอะไรนอกจากบทสนทนาที่พูดคุยกันแบบยังเขินอายทั้งคู่</p>
<p>     แสงไฟสลัวดูอบอุ่นส่องลอดออกมาจากร้านขายของที่ระลึกตามสองข้างทาง ร้านส่วนใหญ่ตกแต่งแบบกระท่อมชาเลย์น่ารักสไตล์สวิส กลุ่มเราเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อย่างเพลิดเพลิน สักพักฉันเกิดรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำกะทันหันจึงหันไปถามพี่สาว<br />
     &#8220;เฮ้ยเอ๋, ห้องน้ำอยู่ไหนวะ?&#8221;<br />
     &#8220;ถามคนขายเด่ะ&#8221; พี่สาวตอบเรียบๆ<br />
     ฉันเดินไปถามคนขายชาวไทยถึงห้องน้ำ พอดีกับที่แอนท์กำลังยืนเลือกของอยู่แถวนั้น<br />
     &#8220;เดี๋ยวผมพาไป&#8221; แอนท์อาสา ฉันรู้สึกกระดากเล็กน้อยที่ต้องให้ผู้ชายพาไปเข้าห้องน้ำ แถมยังเป็นหนุ่มหล่ออีกต่างหาก<br />
     ตามคำบอกเล่าของเจ้าของร้าน ห้องน้ำอยู่ที่ร้านฝั่งตรงข้าม เราเดินผ่านประตูหลังร้านเข้าไปเจอกับห้องน้ำกรุกระจกขุ่นอยู่บนชานพักบันได<br />
     &#8220;แอนท์เข้าก่อนมั้ย&#8221; ฉันถามเก้อๆ<br />
     &#8220;ไม่ฮะ พี่อูเข้าเถอะ เดี๋ยวผมยืนเฝ้าให้&#8221; ฉันหันไปมองกระจกขุ่นแบบหวาดๆ แล้วขอให้แอนท์ไปยืนเฝ้าตรงประตูหลังร้านแทน แอนท์หัวเราะในคอเบาๆ คงพอจะเข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร<br />
     หลังจากเข้าห้องน้ำ เราเลยพากันเดินอ้อยอิ่งอยู่ในร้านนั้นกันต่อแค่สองคน แอนท์ง่วนอยู่กับพวงกุญแจสัญลักษณ์เมืองลูเซิร์น ส่วนฉันสะดุดตาเข้ากับกล่องเพลงกล่องเล็กน่ารัก เป็นกล่องพลาสติกใสทรงกระบอกเตี้ย ข้างบนเป็นฝาล้อมกรอบทองกรุผ้าสักหลาดสีเขียว มีดอกเดซี่ทับแห้งวางอยู่ด้านบนอีกที ใต้กล่องเขียนชื่อเพลง ‘Dr.Jivago&#8217;<br />
     ฉันไขลาน เอากล่องเพลงมาแนบหู&#8230; เสียงเพลง Somewhere my love ซาวน์แทรค Dr.Jivago บรรเลงกุ๊งกิ๊งชวนฝัน&#8230;<br />
     หลังจากบวกลบคูณหารค่าเงินแล้วราคาออกมาไม่เกินจำนวนเงินที่มีในกระเป๋า ฉันจึงตัดสินใจซื้อทันที</p>
<p>     ที่แคชเชียร์ ขณะกำลังรอจ่ายเงิน แอนท์เดินเข้ามาข้างหลังแล้วขอดูของที่ฉันซื้อ ฉันไขลานเอากล่องเพลงแนบหูเขา แล้วตอบเบาๆ<br />
     &#8220;เพลงโปรดน่ะ&#8221;<br />
     เสียงเพลง Somewhere my love บรรเลงนุ่มนวล คลอท่วงทำนองอ่อนหวานของลมหนาว ที่ดูเหมือนจะมีเพียงเราสองคนที่ได้ยิน&#8230;</p>
<p>     เดทช่วงสั้นๆ ของเราจบลงในไม่ถึงชั่วโมงต่อมา เมื่อทุกคนรวมตัวกันกลับโรงแรม คนในกลุ่มแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นฉันกับแอนท์หายไปด้วยกันแค่สองคน ทว่าไม่มีใครแซวอะไร</p>
<p>     เช้าวันรุ่งขึ้น ที่สนามบินเมืองซูริค ทุกคนต่างหอบสัมภาระกันพะรุงพะรังมายืนรอเช็คอินที่เคาน์เตอร์ หลังจากไกด์พล่ามเรื่องกระบวนการเข้าเมืองและขอขอบพระคุณทุกท่านที่ใช้บริการเรียบร้อยแล้ว ก็แนะให้ทุกคนเปิดสมุดคู่มือเล็กๆ เล่มที่แจกตั้งแต่วันแรกของการเดินทาง ปรากฏว่าหน้าสุดท้ายเป็นหน้าว่างสำหรับเขียนที่อยู่และเบอร์โทรของเพื่อนร่วมทัวร์ในครั้งนี้<br />
     ไกด์แนะให้ทุกคนแลกเบอร์ติดต่อกันไว้ เพราะไหนๆ ก็เคยร่วมเดินทางกันมาตั้ง 8 วัน เผื่อโอกาสหน้ามีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้ นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าทัวร์นี้เข้าท่ากว่าทัวร์อื่น<br />
     ทุกคนแจกจ่ายเบอร์กันอย่างสนุกมือ เฮียโอ๊ตจดเบอร์คู่ฮันนีมูน ส่วนเจ้าทิวจดเบอร์ตัวเองให้เฮียโอ๊ตยิกๆ ฉันจดเบอร์ของสาวๆ ร่วมทัวร์ จนเมื่อพิธีการแลกเบอร์ใกล้จะเสร็จสิ้น ก็ยังไม่มีวี่แววว่าแอนท์จะเข้ามาขอแลกเบอร์กับฉันแต่อย่างใด</p>
<p>     ฉันยืนจดอีเมล์ให้กับสาวคนสุดท้ายของทัวร์ พอดีกับที่เจ้าหมูทิวปรี่เข้ามาพูดเขินๆ ว่า &#8220;แอนท์บอกให้มาขอเบอร์พี่เอ๋&#8221;<br />
     ฉันงงเป็นไก่ตาแตกสักพักก่อนจะตอบหน้าตายว่า &#8220;ทิว, พี่เอ๋น่ะ&#8230; คนโน้นน&#8221;<br />
     &#8220;อ้าว&#8221; ทิวยืนอึ้ง ไม่รู้อึ้งเพราะขอผิดคน หรืออึ้งเพราะพูดผิดชื่อกันแน่ แต่ฉันก็งอนไปเรียบร้อยแล้ว ในใจคิดไปล้านแปดว่า ถ้าอยากคุยกันนักทำไมเมื่อคืนไม่ไปเดินด้วยกันซะเลยล่ะ!<br />
     ฉันหลบฉากออกมา เห็นแอนท์ยืนมองทิวแบบเอ๋อๆ อยู่ห่างๆ ทำหน้าเหมือนอยากจะบอกว่า &#8220;ไอ้หมูเอ๊ย!&#8221; แต่ก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาจะส่งฑูตานุฑูตตัวอ้วนความจำสับสนมาขอเบอร์ผิดคนหรอก<br />
     แอนท์เรียกทิวกลับไปตั้งหลักพร้อมบ่นอยู่สองสามคำก่อนจะได้ยินเจ้าทิวโวย &#8220;อ้าว, ก็ทิวไม่รู้หนิ นึกว่าชื่อเหมือนเจ๊เอ๋&#8221;<br />
     ทิวกลับมาอีกครั้งพร้อมมาดที่มั่นใจกว่าเดิม &#8220;แอนท์ฝากมาขอเบอร์พี่อู&#8221;<br />
     พี่สาวฉันยืนขำในความไร้เดียงสาของเจ้าหมูน้อยเลยแกล้งแหย่ &#8220;ตกลงอยากได้เบอร์คนไหนกันแน่&#8221;<br />
     ทิวยืนกระอักกระอ่วน ค่าที่ถ้ารับว่าตัวเองจำผิดก็คงเสียฟอร์ม เลยตอบเอาดื้อๆ &#8220;ก็ขอเบอร์ทั้งคู่นั่นแหละ!&#8221;<br />
     ฉันยืนอมยิ้มขำเจ้ามารอ้วน แอนท์ยืนลุ้นอยู่ห่างๆ พร้อมส่งยิ้มมาให้ เราสบตากันสักพักแล้วยิ้มให้กันแบบเขินๆ<br />
     &#8230;&#8230;</p>
<p>     หลังเครื่องทะยานขึ้นจากรันเวย์ ฉันปรับพนักเก้าอี้ให้เอนลงพอสบาย ทิวยุกยิกๆ อยู่ที่เบาะด้านหน้า ส่วนแอนท์นั่งติดริมทางเดินเหมือนฉัน อยู่ๆ แอนท์ก็ชะโงกหน้าออกมาตรงทางเดินชวนคุยตอนฉันไม่ทันตั้งตัว<br />
     &#8220;ไม่นอนเหรอ&#8221; เขาถาม<br />
     &#8220;ไม่ล่ะ, เอาหนังสือมาอ่านหลายเล่ม&#8221;<br />
     &#8220;เหรอ, เอาอะไรมาบ้าง?&#8221;<br />
     &#8220;ก็.. มี Only love is real&#8221; โชว์หน้าปกหนังสือให้ดู &#8220;เคยอ่านไหม?&#8221;<br />
     &#8220;ไม่เคย แต่เห็นเพื่อนบอกว่าสนุก, มันเกี่ยวกับอะไรเหรอ?&#8221;<br />
     &#8220;ก็พวก&#8230; กลับชาติมาเกิด เป็นเนื้อคู่กันมาตั้งแต่ชาติที่แล้วอะไรทำนองนี้น่ะ, เรื่องจริงนะ ไม่ใช่นิยาย&#8221; ฉันทำเสียงให้ดูน่าเชื่อถือ<br />
     &#8220;จริงดิ&#8221; สำนวนเด็กม.ปลายแท้ๆ &#8220;ไว้จะไปซื้อมาอ่านบ้าง&#8221;<br />
     แอร์โฮสเตสเดินเข็นเครื่องดื่มมา แอนท์เอี้ยวตัวหลบเข้าไปในเบาะ พอแอร์ฯเดินผ่านไปก็โผล่มาชวนคุยใหม่<br />
     &#8220;ตอนขามาหลับรึเปล่า?&#8221;<br />
     ฉันยิ้มในความพยายามของเขาก่อนจะตอบ &#8220;ก็หลับบ้างไม่หลับบ้าง นั่งดู Prince of Egypt มาเรื่อย สนุกดี&#8221;<br />
     &#8220;อืม ไม่หลับเหมือนกัน ดูตั้งแต่ต้นเรื่องเลยรึเปล่า? ผมดูตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้นอนเลย&#8221;<br />
     &#8220;ไม่อ่ะ ตื่นมาดูเอากลางเรื่องแล้ว&#8221;<br />
     &#8220;สนุกดีเนอะ&#8221;<br />
     แอร์โอสเตสเดินกลับมาอีกครั้ง แอนท์ผลุบหายเข้าไปในเบาะอีกหน จนแอร์เดินผ่านไปแอนท์ค่อยโผล่หน้าออกมาใหม่ แต่ยังไม่ทันอ้าปากก็มีฝรั่งตัวเบ้อเร่อเดินส่ายอาดๆ มาเต็มทางเดิน แอนท์ต้องผลุบหายเข้าไปในเบาะอีกรอบ จนฝรั่งเดินผ่านไปถึงได้โผล่หน้าออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขายิ้มแบบขำตัวเอง<br />
     &#8220;ไปนั่งด้านหลังกันมั้ย&#8221;<br />
     อะไรนะ?<br />
     &#8220;ได้เหรอ?&#8221; ฉันทำเสียงสูง<br />
     &#8220;ได้สิ ตอนขามาที่นั่งข้างหลังเหลือเยอะแยะ&#8221; ฉันยังนิ่งคิดแบบไม่แน่ใจ เขาคะยั้นคะยอต่อ &#8220;ไปนั่งคุยกันข้างหลังดีกว่า&#8221;<br />
     เราสองคนพร้อมใจกันลุกขึ้น แอนท์เดินนำไปก่อนโดยมีฉันตามไปติดๆ คนในทัวร์หันมามองแบบไม่ใส่ใจ มีเพียงสายตาแปลกๆ จากพี่ๆ คู่ฮันนีมูนเป็นเชิงแซว</p>
<p>     แอนท์ลงนั่งแถวที่ 3-4 ก่อนถึงท้ายเครื่อง ที่นั่งว่างเต็มไปหมดอย่างที่บอกจริงๆ ฉันลงนั่งที่นั่งข้างๆ เราสองคนอึกอักเล็กน้อย แต่ในที่สุดแอนท์ก็เป็นฝ่ายเปิดฉากคุยขึ้นมาก่อน<br />
     &#8220;เห็นพี่ตั้งแต่วันแรกแล้ว นึกว่าแก่กว่าผมซักปีสองปีซะอีก&#8221;<br />
     &#8220;เหรอ, แต่พี่ดูออกนะว่าเราอยู่แค่ม.ปลาย&#8221; ฉันแหย่<br />
     &#8220;เสียดายเนอะ&#8221; เขาพูดเหมือนเปรยกับตัวเอง<br />
     &#8220;น่าจะได้คุยกันตั้งแต่วันแรก&#8221;<br />
     เขาหันมายิ้ม แววตาสีน้ำตาลคู่นั้นเป็นประกาย</p>
<p>     พระอาทิตย์สีขาวสว่าง จนอ่อนแรงเป็นสีเหลืองทอง และแดงส้มก่อนจะลับขอบฟ้า<br />
     เรายังนั่งคุย ผลัดกันซัก ผลัดกันถามเรื่องราวชีวิตของอีกฝ่ายอย่างกระตือรือร้นไปอย่างนั้นตลอด 13 ชั่วโมงของการเดินทาง พร้อมกับภาวนาให้เวลาหยุดอยู่ตรงนั้น<br />
     &#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p>     ระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง 2 ชั่วโมง ลูกทัวร์หลายคนเหนื่อยจนหลับพับคาเก้าอี้ไปเรียบร้อย ส่วนเด็กๆ อย่างฉันกับพี่ๆ รวมถึงแอนท์กับทิว ยังนั่งคุยเล่นกันด้วยเรี่ยวแรงที่ยังเหลือเฟือ<br />
     ต่อหน้ากลุ่มพี่ๆ แอนท์กับฉันจะคุยกันแบบห่างๆ เหมือนเมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้วไม่ได้นั่งด้วยกันมาตลอดทาง แอนท์นั่งคุยเรื่องเพลงกับเฮียโอ๊ตอยู่นานสองนาน จนเมื่อเฮียโอ๊ตลุกไปวิ่งไล่เจ้าหมูทิว แอนท์ค่อยเสียบหูฟังซาวน์เบาท์ไปเงียบๆ<br />
     ฉันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน เพราะนั่นเป็นมุมเดียวที่ยังหลงเหลือความสงบอยู่ ทิววิ่งไล่กับเฮียโอ๊ตไปรอบๆ แอนท์ถอดหูฟังหันมาถาม<br />
     &#8220;เคยฟังม้วนนี้หรือเปล่า&#8221; พลางหยิบเทปเพลงชุดใหม่ของเบเกอรี่มิวสิคยื่นให้ดู<br />
     &#8220;ไม่เคยหรอก&#8221; ฉันรับมาดูอย่างงงๆ ว่าไม่เคยเห็นแม่สาวเปรี้ยวจี๊ดสองคนนี้มาก่อน<br />
     &#8220;ดังจะตาย! ไม่เคยฟังได้ไงเนี่ย&#8221; ความเป็นกันเองแบบตอนอยู่บนเครื่องเริ่มกลับมาอีกครั้ง<br />
     &#8220;ก็เชย, มีไรป่ะ&#8221; ฉันตอบดื้อๆ<br />
     &#8220;อ่ะ, นี่&#8221; แอนท์ลุกขึ้นเดินมานั่งลงข้างๆ พร้อมหยิบหูฟังอีกข้างยื่นให้ &#8220;เพลงนี้เพราะสุดๆ&#8221;<br />
     ฉันรับหูฟังมาใส่อย่างว่าง่าย วินาทีเดียวกับที่เจ้าหมูทิววิ่งผ่านมาพร้อมกับแซวว่า<br />
     &#8220;โหย&#8230; ทีทิวยืมล่ะไม่เคยให้แตะเลยน้าา&#8230;&#8221; แอนท์เอามือปัดเป็นเชิง ไม่ต้องมายุ่ง! ทิวยังใส่ต่อ &#8220;หูย&#8230; เครื่องนี้เค้ารักมากเลยนะเนี่ย! ไม่เคยให้ใครแตะเลยนะเนี่ย! หูยย&#8230;&#8221; แอนท์ยกขาขึ้นจะเตะแต่ทิววิ่งเอาพุงอ้วนๆ หลบได้ทัน ฉันยังสับสนระหว่างควรจะขำหรือควรจะเขินดี<br />
     &#8220;แล้วเคยฟังเพลงนี้หรือเปล่า&#8221; ฉันถามขึ้นมาบ้างแล้วหันไปค้นเป้ใส่เทปเพลงกับหนังสือ หยิบเทปรวมเพลงฮิตเบเกอรี่มิวสิคมา เปิดเพลงสุดท้ายหน้าเอ<br />
     เสียงเพลง &#8220;ดวงตาของเธอ&#8221; ของ สายชล ระดมกิจ ลอยล่องออกมาจากหูฟังคู่ที่เราสองคนใส่ฟังด้วยกันคนละข้าง เสียงเจ้าทิวยังเล็ดรอดมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ &#8220;หูย&#8230; ฟังกันสองคนเลยอ่ะ&#8221;<br />
     แต่ดูเหมือนเราจะไม่ได้ใส่ใจคลื่นรบกวนอื่นๆ ซะแล้ว<br />
     &#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p>     นกร้องจิ๊บจั๊บรับแสงแดดข้างนอก อากาศยังคงเย็นอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 11 โมงเช้าของวันอาทิตย์อันแสนสงบเงียบ ฉัน-กองบรรณาธิการมือใหม่วัย 25 &#8211; ยังนั่งจมความทรงจำอ่อนหวานเก่าๆ เมื่อหลายปีก่อนโน้นที่ยุโรป<br />
     หลังกลับจากทัวร์นั้น มนต์ขลังแห่งยุโรปโรแมนติคก็จางลง ปล่อยให้ความเป็นจริงกลับเข้ามาแทนที่ ความเป็นจริงที่ว่า&#8230;ฉันอยู่ปี3 และแอนท์อยู่ ม.5&#8230; วิถีชีวิตที่ต่างกันเกินไปของเราทำให้เรากลับมาเป็นพี่น้องกันอย่างที่ควรจะเป็น<br />
     1 ปีหลังจากทัวร์ครั้งนั้น แอนท์โทรมาขอคำปรึกษาเรื่องเลือกคณะเอนท์ฯ กับฉัน ซึ่งขณะนั้นกำลังทำซีเนียร์โปรเจ็คต์ก่อนจะเรียนจบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า</p>
<p>     เราเจอกันครั้งสุดท้ายในวันงานคืนสู่เหย้าของคณะฯ ที่ฉันขึ้นแสดงในฐานะแดนซ์เซอร์ประจำรุ่น แอนท์ตามมาเชียร์ถึงห้องแต่งตัว ฉันอยู่ในชุดเดรสสั้นสีฟ้าระยิบระยับ ม้วนผมเป็นลอนคลายๆ แต่งหน้าเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ เตรียมตัวขึ้นเวทีในการแสดง Living La vi da Loca ในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า<br />
     &#8220;น่ารักดีออก!&#8221;<br />
     แอนท์ออกปากชมเมื่อเห็นฉันเขินสภาพฉูดฉาดเกินปกติของตัวเอง<br />
     &#8220;จริงอ่ะ?&#8221; ฉันถาม เอามือจับชายกระโปรงอย่างเขินๆ<br />
     &#8220;อื้อ!&#8221; เขายิ้มมั่นใจ<br />
     &#8220;พี่สาวผม&#8230; สวยอยู่แล้ว&#8221;</p>
<p>     แสงสปอตไลท์สว่างจ้า เสียงเพลงริกกี้ มาร์ตินในท่วงทำนองเร้าใจดังกระหึ่มทั่วคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี <br />
     ฉัน ในชุดเดรสสั้นสีฟ้า เดินเปิดตัวออกมาพร้อมคู่เต้น เสียงกรี๊ดกร๊าด เสียงปรบมือ เสียงเชียร์จากเพื่อนร่วมรุ่นดังสับสนปนเป ภาพผู้คนหน้าเวทีพร่ามัว จะเห็นก็เพียงแฟนหนุ่มจากคณะสถาปัตย์คอยยืนให้กำลังใจอยู่ด้านหน้า กับครูสอนเต้นที่คอยกำกับจุดยืนของแต่ละคู่จากด้านล่างเวที ฉันเต้นตามสเต็ปถูกต้องไม่มีผิดเพี้ยนจนถึงท่าจบแสนเลิศหรูอลังการจนได้รับเสียงปรบมือดังกระหึ่ม<br />
     นั่นคือภาพความทรงจำที่พร่าเลือนอย่างสุดท้ายของความรักโรแมนติคในฝันของฉัน&#8230;<br />
     &#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>     เที่ยงวันอากาศเย็น<br />
     ฉันคุ้ยกองหนังสือเก่า เจอหนังสือแนะนำทัวร์ยุโรปครั้งนั้น แต่สมุดโน้ตที่จดเบอร์แอนท์ไว้หายสาปสูญไปแล้ว เราขาดการติดต่อกันมาหลายปี<br />
     จะมีก็เพียงภาพฝันเลือนรางที่นานๆ จะก่อตัวจากหมอกควันจางๆ ขึ้นเป็นภาพขมุกขมัว และแจ่มชัดเหมือนเอากลับมาฉายใหม่<br />
     เมื่อความอ่อนไหว กับความคิดถึงผสมผสานกันอย่างได้ที่</p>
<p>     <strong>ในวันอากาศเย็น ที่บรรยากาศเป็นใจอย่างวันนี้</strong></p>
<p><strong>     &#8230;&#8230;&#8230;</strong></p>
<br /><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/ukyotheteller.wordpress.com/10/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/ukyotheteller.wordpress.com/10/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/ukyotheteller.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/ukyotheteller.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/ukyotheteller.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/ukyotheteller.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/ukyotheteller.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/ukyotheteller.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/ukyotheteller.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/ukyotheteller.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/ukyotheteller.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/ukyotheteller.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/ukyotheteller.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/ukyotheteller.wordpress.com/10/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/ukyotheteller.wordpress.com/10/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/ukyotheteller.wordpress.com/10/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=ukyotheteller.wordpress.com&amp;blog=1070783&amp;post=10&amp;subd=ukyotheteller&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://ukyotheteller.wordpress.com/2007/06/09/christmas-delight/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/d8d5a5122c74e9d7aa11c6f9e6a7a536?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">ukyo</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
